ข่าวสารสหกรณ์
  • 10 พ.ย. 2564
 22,223

3-7 ม.ค. 65 เชิญสมาชิกทุกท่าน ออกเสียงลงประชามติ

เชิญสมาชิกทุกท่าน ออกเสียงลงประชามติ
“ควรแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ให้พนักงานราชการ เป็นสมาชิกหลักหรือไม่!?”

UploadImage
-------

UploadImage


วันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2565 เวลา 08.30 น. ถึง วันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2565 เวลา 16.30 น.


นับถอยหลัง  กำหนดอนาคตสหกรณ์ เชิญสมาชิกทุกท่าน ออกเสียงลงประชามติ

เรื่อง “ควรแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ให้พนักงานราชการ เป็นสมาชิกหลักหรือไม่!?”

 


UploadImage

 

ในวันที่ 3 -7 มกราคม 2565 สหกรณ์ขอเชิญสมาชิกทุกท่าน ร่วมออกเสียงลงประชามติรูปแบบ Online ใน หัวข้อเรื่อง “ควรแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ให้พนักงานราชการ เป็นสมาชิกหลักหรือไม่ ”
 

โดยสหกรณ์ได้ทำการส่งหนังสือ รายงานการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับสมาชิกสมทบพนักงานราชการเป็นสมาชิกหลัก รวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการช่วยเหลือสมาชิกสมทบพนักงานราชการ แก่สมาชิกทุกท่าน เพื่อให้สมาชิกได้ศึกษาข้อมูลรายละเอียดผลดี-ผลกระทบต่างๆ อย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อผลประโยชน์ของสหกรณ์ และ ของตัวสมาชิกเอง
 

UploadImage


(คลิ๊กดาวน์โหลดรูปเล่ม PDF )

ทำไมต้องลงประชามติ?

สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2521 สหกรณ์ได้เริ่มรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัดกรมป่าไม้ โดยมวลสมาชิกสามารถปฎิบัติหน้าที่ราชการได้จวบจนถึงเกษียณอายุราชการ หรือ อายุ 60 ปี...เมื่อเกษียณแล้วยังรับบำนาญหรือเงินบำเหน็จรายเดือน ซึ่งมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน โดยสหกรณ์ส่งเสริมการออมและให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกในอัตราที่เหมาะสม จนถึงปัจจุบันสหกรณ์เติบโตมีสินทรัพย์รวมกว่า 20,000 ล้านบาท
 

ภายหลังกรมป่าไม้ได้รับพนักงานราชการเข้ามาปฎิบัติงานมากขึ้น โดยกำหนดเป็นสัญญาจ้างสูงสุด 4 ปี และประเมินผลปฎิบัติงานปีต่อปี สหกรณ์จึงให้กู้เงินได้ตามศักยภาพ โดยวงเงินกู้สูงสุดตามระเบียบไม่เกิน 400,000 บาท เนื่องจากต้องชำระหนี้ตามระยะเวลาจ้างสูงสุดไม่เกิน 4 ปีเท่านั้น


UploadImage


1. พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับใหม่ “ห้ามสมาชิกสมทบ” กู้เงินเกินกว่าหุ้นและเงินฝาก

ในปี 2562 ได้มีพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3 ) ประกาศ ห้ามสหกรณ์ให้สิทธิ์ ในการนับชื่อสมาชิกสมทบเข้าเป็นองค์ประชุมในการประชุมใหญ่ การออกเสียง การเป็นกรรมการ รวมถึงการ กู้ยืมเงิน เกินกว่าเงินฝากและหุ้นของตนเองในสหกรณ์ เพื่อปฎิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว สหกรณ์จึงจำเป็นต้องระงับสิทธิ์กู้สามัญ กับ สมาชิกสมทบ
 

UploadImage

 

2. มีข้อเสนอให้ปรับพนักงานราชการเป็นสมาชิกหลัก เพื่อให้สามารถกู้เงินได้

เนื่องจากมีบางท่านได้เสนอว่า... เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานราชการ ควรแก้ไขข้อบังคับให้สมาชิกสมทบพนักงานราชการปรับเป็นสมาชิกหลัก ซึ่งจะทำให้สามารถกู้เงินได้ โดยไม่ขัดกับ พ.ร.บ.
 

UploadImage


3. กระทบต่อสิทธิประโยชน์ ของสมาชิกปัจจุบัน

จากรายงานการศึกษาที่สหกรณ์ส่งให้สมาชิกได้อ่านนั้น พบว่ามีทั้งผลดีและผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกปัจจุบัน จึงสมควรให้มวลสมาชิกในฐานะเจ้าของสหกรณ์มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

 


UploadImage


ผลดีและผลกระทบ หากปรับพนักงานราชการเป็นสมาชิกหลัก ?

ผลดี ได้แก่ เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของบุคคลากรในองค์กร เป็นการช่วยเหลือให้พนักงานราชการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และ ได้รับสวัสดิการตามความเหมาะสม รวมถึงเป็นการพัฒนากิจการสหกรณ์จากการปล่อยสินเชื่อ
 

UploadImage


ผลกระทบ ได้แก่ เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมาชิกจากสหกรณ์ออมทรัพย์ที่สมาชิกทุกคนมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกส่วนใหญ่ขาดความมั่นคงในหน้าที่การงาน เป็นการเพิ่มภาระการจ่ายสวัสดิการ เป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำในการจ่ายเงินสวัสดิการแก่สมาชิกปัจจุบัน  เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อหนี้เสีย เป็นการกระทบเงินปันผลต้องลดลง รวมถึงเป็นการกระทบต่อการจัดกลุ่มสมาชิก และการบริหารสหกรณ์


UploadImage
 

UploadImage

แนวทางอื่นๆ ในการช่วยเหลือสมาชิกสมทบพนักงานราชการ

ปัญหาสำคัญสำหรับพนักงานราชการคือ ไม่สามารถกู้เงินเกินกว่าหุ้นและเงินฝาก ที่มีในสหกรณ์ได้ ดังนั้น อาจมีแนวทางอื่นๆ ในการช่วยเหลือพนักงานราชการให้สามารถกู้เงินได้ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ ดังนี้

 

1. ขอเสนอแก้ไข พ.ร.บ. สหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกสมทบกู้ได้

โดยสหกรณ์ เป็นผู้ดำเนินการทำหนังสือขอแก้ไข พ.ร.บ. เพื่อให้สิทธิ์แก่สมาชิกสมทบที่เป็นพนักงานราชการกู้สามัญทั่วไปได้ และ รวบรวมรายชื่อสมาชิกสมทบพนักงานราชการ ที่มีความเดือดร้อนและประสงค์กู้เงินจากสหกรณ์ ส่งไปยังชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ขบวนการสหกรณ์เพื่อเสนอความคิดเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะ ผู้กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์

 

2. แนวทางในการสนับสนุนให้พนักงานราชการจัดตั้งสหกรณ์แห่งใหม่

โดยสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือในการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งใหม่ สำหรับ “พนักงานราชการ” โดยเฉพาะ อาจใช้ชื่อว่า “สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เนื่องจากพนักงานราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีจำนวนกว่า 30,000 คน สามารถจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก

 

รวมถึงการดำเนินงานที่สามารถบริหารได้อย่างอิสระ ตอบสนองความต้องการของสมาชิกที่เป็นพนักงานราชการเช่นเดียวกันได้ดีกว่า ในเรื่องการกู้ และ การรับสวัสดิการต่างๆ

 

UploadImage

หลักเกณฑ์ในการลงประชามติ

จำนวนคะแนนเสียงที่ผ่านประชามติจะต้องมีสมาชิกออกเสียงเห็นด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ณ วันที่เริ่มมีการลงประชามติ คือ สมาชิกทั้งหมดมีจำนวน 13,255 คน คะแนนเสียงเห็นด้วยต้องไม่น้อยกว่า 6,613 เสียง ซึ่งหากมีสมาชิกมาลงคะแนนเสียงประชามติน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดให้ตกเป็นพับไป


UploadImage


UploadImage

วิธีการลงประชามติ  

สมาชิกทุกท่านลงประชามติ พร้อมกันในวันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2565 เวลา  08.30 น.   ถึง วันศุกร์ที่ 7 ม.ค. 2565 เวลา 16.30 น. โดยลงประชามติผ่านโปรแกรมออนไลน์ ได้ทุกอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา โดย ยืนยันตัวตนด้วยชื่อ-เลขที่สมาชิก และ รหัส OTP ที่ได้รับทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสมาชิกทุกท่านต้องมีเบอร์โทรศัพท์มือถือที่แจ้งลงทะเบียนไว้กับสหกรณ์ ( หากสมาชิกท่านใดทำการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ สามารถ แจ้งเปลี่ยนเบอร์มาที่สหกรณ์ได้ คลิ๊ก ) ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงประชามตินั้นสหกรณ์จะประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบอย่างละเอียดต่อไป

 

UploadImage

การลงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ โปรดให้ความสนใจ

การแสดงประชามติของสมาชิกทุกท่านในครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินการที่สำคัญยิ่งในการมีส่วนร่วมบริหารกิจการของสหกรณ์ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านศึกษาผลดี และ ผลกระทบ ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงประชามติ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกปัจจุบัน และ ความมั่นคงของสหกรณ์ในระยะยาว
 


 

UploadImage
สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด

61 ถนนพหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทร.0 2579 7070 โทรสาร 0 2579 9774  www.025798899. com

ROYAL FOREST DEPARTMENT SAVINGS AND CREDIT COOPERATIVE, LIMITED. 61 PHAHOLYOTIN RD. BANGKOK 10900


ที่ สอ.ปม. 01.1/6940

9 พฤศจิกายน 2564

เรื่อง ร่วมแสดงประชามติ “สหกรณ์ควรแก้ไขข้อบังคับเพื่อปรับพนักงานราชการจากสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิกหลักหรือไม่”

เรียน สมาชิกทุกท่าน

สิ่งที่ส่งมาด้วย รายงานการศึกษาความเป็นไปได้การปรับสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิก และแนวทางศึกษาอื่น ๆ ในการช่วยเหลือสมาชิกสมทบ

 

สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ขอส่งรายงานการศึกษาความเป็นไปได้การปรับสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิก และแนวทางศึกษาอื่น ๆ ในการช่วยเหลือสมาชิกสมทบ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้ศึกษาข้อมูลรายละเอียด ความเป็นมา ผลดี และผลกระทบต่าง ๆ หากสหกรณ์จะแก้ไขข้อบังคับเพื่อปรับพนักงานราชการจากสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิกหลัก โดยสรุปความเป็นมาและสาระสำคัญได้ ดังนี้


1. ก่อตั้งสหกรณ์ รับ “สมาชิก” ที่เป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2521 เริ่มจากการรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัดกรมป่าไม้ เนื่องจากข้าราชการหรือลูกจ้างประจำมีคุณสมบัติตามอายุการปฏิบัติงานได้จนถึงเกษียณอายุราชการหรืออายุ 60 ปี เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วจะได้รับเงินบำนาญหรือเงินบำเหน็จรายเดือน ซึ่งมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน ทั้งนี้ ในการก่อตั้งสหกรณ์นั้นยังมีเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่มวลสมาชิก โดยสหกรณ์ช่วยส่งเสริมการออมและให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกในอัตราที่เหมาะสม เมื่อยามลำบากสหกรณ์ก็ยังเป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนเงินต่ำ โดยนำดอกผลที่เกิดจากการให้กู้เงินคืนกลับสู่สมาชิกในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน หรือจัดสรรเงินเป็นสวัสดิการทั้งสิ้น 18 สวัสดิการ จนกระทั่งปัจจุบันสหกรณ์เติบโตมีสินทรัพย์รวมประมาณ 20,000 ล้านบาท


2. รับพนักงานราชการเป็น “สมาชิกสมทบ” และให้กู้เงิน ภายหลังกรมป่าไม้ได้รับพนักงานราชการเข้ามาปฏิบัติงานในสังกัดมากขึ้น และกำหนดคุณสมบัติอายุการปฏิบัติงานในลักษณะสัญญาจ้างสูงสุด 4 ปี โดยประเมินผลการปฏิบัติงานปีต่อปี จากคุณสมบัติในเรื่องอายุการปฏิบัติงานของพนักงานราชการที่แตกต่างไปจากข้าราชการและลูกจ้างประจำ ในปี 2547 สหกรณ์ฯ จึงได้รับพนักงานงานราชการเป็นสมาชิกสมทบ และให้กู้เงินได้ตามศักยภาพ โดยวงเงินกู้สูงสุดตามระเบียบกู้ได้ไม่เกิน 400,000 บาท เนื่องจากพนักงานราชการจะผ่อนชำระหนี้ได้ตามระยะเวลาจ้างสูงสุดประมาณ 4 ปี เท่านั้น นอกจากนี้สหกรณ์ได้จัดสรรเงินเป็นสวัสดิการทั้งสิ้น 7 สวัสดิการคืนกลับสู่สมาชิกสมทบในสัดส่วนที่เหมาะสมตามหลักการมีส่วนร่วมแห่งธุรกิจ


3. พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับใหม่ ห้าม “สมาชิกสมทบ” กู้เกินกว่าหุ้นและเงินฝาก ต่อมาพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา โดยบัญญัติว่า “ห้ามมิให้สหกรณ์ให้สิทธิแก่สมาชิกสมทบในการนับชื่อของสมาชิกสมทบเข้าเป็นองค์ประชุมในการประชุมใหญ่ การออกเสียงในเรื่องใด ๆ การเป็นกรรมการดำเนินการ หรือกู้ยืมเงินเกินกว่าเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของตนเองจากสหกรณ์” เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ดังกล่าว สหกรณ์จึงมีความจำเป็นต้องระงับสิทธิการให้เงินกู้แก่สมาชิกสมทบที่เกินกว่ามูลค่าเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของสมาชิกสมทบที่มีอยู่กับสหกรณ์ โดยให้สมาชิกสมทบกู้ได้ไม่เกินมูลค่าเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของสมาชิกสมทบที่มีอยู่กับสหกรณ์เท่านั้น

 

4. มีข้อเสนอให้ปรับพนักงานราชการเป็น “สมาชิก” เพื่อให้สามารถกู้เงินได้ มีบางท่านเสนอว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานราชการ ควรแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์เพื่อปรับพนักงานราชการจากสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิกหลัก ซึ่งจะทำให้สามารถกู้เงินได้เกินมูลค่าเงินฝากและทุนเรือนหุ้นโดยไม่ขัดกับ พ.ร.บ. สหกรณ์ฉบับใหม่


5. รายงานศึกษาความเป็นไปได้ฯ พบว่า มีทั้งผลดีและผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิก คณะกรรมการดำเนินการได้จัดทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้การปรับสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิก และแนวทางศึกษาอื่น ๆ ในการช่วยเหลือสมาชิกสมทบ โดยการปรับพนักงานราชการจากสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิกหลัก มีทั้งผลดีและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิก รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย สรุปได้ดังนี้

5.1 ผลดี ได้แก่ เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของบุคลากรในองค์กร เป็นการช่วยเหลือให้พนักงานราชการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ โดยได้รับสวัสดิการตามความเหมาะสม รวมถึงทำให้สหกรณ์มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการพัฒนากิจการของสหกรณ์จากการปล่อยสินเชื่อให้แก่สมาชิกที่เป็นพนักงานราชการ เป็นต้น

5.2 ผลกระทบ ได้แก่ เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมาชิกจากสหกรณ์ออมทรัพย์ที่สมาชิกทุกคนมีความมั่นคงในหน้าที่การงานเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ที่สมาชิกส่วนใหญ่ขาดความมั่นคงในหน้าที่การงานเนื่องจากถูกกำหนดด้วยสัญญาจ้าง เป็นภาระการจ่ายเงินสวัสดิการสมาชิกเป็นจำนวนมากเพื่อให้เป็นไปตามหลักความเสมอภาค เป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำในการจ่ายเงินสวัสดิการสมาชิก เป็นความเสี่ยงในการให้เงินกู้แก่พนักงานราชการ เป็นการกระทบเงินปันผลของสมาชิกที่ต้องปรับลดลงเพื่อนำผลกำไรไปเพิ่มทุนสวัสดิการให้พนักงานราชการ และกระทบด้านการจัดกลุ่มสมาชิก จำนวนผู้แทนสมาชิกและการบริหารสหกรณ์ เป็นต้น


6. เนื่องจากกระทบสิทธิประโยชน์ของ “สมาชิกปัจจุบัน” สมาชิกทุกท่านจึงต้องร่วมกันตัดสินใจ โดยการลงประชามติ หากสหกรณ์จะแก้ไขข้อบังคับเพื่อปรับพนักงานราชการเป็น “สมาชิก” เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับสหกรณ์ครั้งแรกที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์สมาชิกปัจจุบันและจะส่งผลกระทบต่อเนื่องตลอดไป การแก้ไขกฎหรือระเบียบใดที่มีผลกระทบต่อสมาชิก จะต้องดำเนินการตามหลักการมีส่วนร่วม จึงสมควรที่มวลสมาชิกในฐานะเจ้าของสหกรณ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) โดยตรง จะต้องเป็น “ผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ” อนาคตของตนเองและของสหกรณ์ร่วมกัน สหกรณ์ฯ จึงขอให้สมาชิกทุกท่านร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยการลงประชามติว่า “สหกรณ์ควรแก้ไขข้อบังคับเพื่อปรับพนักงานราชการจากสมาชิกสมทบให้เป็นสมาชิกหลักหรือไม่”


7. หลักเกณฑ์การลงประชามติ ต้องมีเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด คณะกรรมการดำเนินการได้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การลงประชามติไว้ว่า จำนวนคะแนนเสียงที่ผ่านประชามติจะต้องมีสมาชิกออกเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ณ วันที่เริ่มมีการลงประชามติ เช่น วันที่เริ่มมีการลงประชามติ มีสมาชิกจำนวน 13,225 คน จำนวนคะแนนเสียงที่ผ่านประชามติจะต้องมีสมาชิกออกเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 6,613 เสียง เป็นต้น หากมีสมาชิกมาลงคะแนนเสียงประชามติน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดให้ตกเป็นพับไป สำหรับเหตุผลที่กำหนดให้เสียงผ่านประชามติต้องเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด มิใช่เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกผู้มาออกเสียงนั้น เนื่องจากผลแห่งการประชามติครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์สมาชิกทุกท่านที่ต้องถูกปรับลดลง มิใช่กระทบเฉพาะสมาชิกที่มาออกเสียงเท่านั้น ดังนั้น การดำเนินการใด ๆ ของสหกรณ์ที่มีผลกระทบกับสมาชิกทุกคนอย่างต่อเนื่องและตลอดไปเช่นนี้ ควรได้รับเสียงฉันทามติหรือเสียงสนับสนุนจากสมาชิกส่วนใหญ่อย่างแท้จริง ซึ่งก็คือ  ต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดนั่นเอง


8. กำหนดวันลงประชามติ วันที่ 3 – 7 มกราคม 2565 สหกรณ์กำหนดให้สมาชิกทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการลงประชามติในวันจันทร์ที่ 3 ถึงวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2565


9. วิธีการลงประชามติ สหกรณ์กำหนดให้ลงประชามติผ่านระบบโปรแกรมระบบการออกเสียงประชามติออนไลน์ด้วยโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยยืนยันตัวตนด้วยชื่อ เลขที่สมาชิก และรหัส OTP (One Time Password) ผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือที่สมาชิกลงทะเบียนไว้กับสหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์จะประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบขั้นตอนและวิธีการลงประชามติโดยละเอียดในโอกาสต่อไป

 

10. ศึกษาผลดีและผลกระทบให้ครบถ้วนก่อนลงประชามติ ก่อนการลงประชามติดังกล่าว ขอให้ท่านสมาชิกศึกษารายงานความเป็นไปได้ฯ ฉบับนี้ให้ครบถ้วน ซึ่งสหกรณ์ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้วรายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย


การแสดงประชามติของสมาชิกทุกท่านในครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินการที่สำคัญยิ่งในการมีส่วนร่วมบริหารกิจการของสหกรณ์ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านศึกษาผลดีและผลกระทบ ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงประชามติ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกปัจจุบันและความมั่นคงของสหกรณ์ในระยะยาว

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ทั้งนี้ สหกรณ์จะดำเนินการตามผลการแสดงประชามติของมวลสมาชิกต่อไป

 

 

    ขอแสดงความนับถือ

 

UploadImage

    

 

     (นายวิชิต สนธิวณิช)

     ประธานกรรมการดำเนินการ

     สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด

 

 

 

ฝ่ายบริหารงานทั่วไป (นางกุลฉัตร วรนิธิภัค)

โทร. 0 2579 7070

โทรสาร 0 2579 7356



infoGraphic


UploadImage


UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage


เอกสาร